วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

"คลัง"ใจดียกเว้นภาษีดอกเบี้ยออมทรัพย์

จัดทำบทความโดย
น.ส.นภพร สุขเกษม ทะเบียนเลขที่ 5001103065
เรื่อง "คลัง"ใจดียกเว้นภาษีดอกเบี้ยออมทรัพย์
เนื้อหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ก.ค.) ที่กระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกรมสรรพากรยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินฝากออมทรัพย์ รายบัญชีที่มีรายได้ดอกเบี้ยไม่เกินปีละ 20,000 บาท ทุกธนาคารทั่วประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป ซึ่งจะครอบคลุมเงินฝากออมทรัพย์ 62 ล้านบัญชี เป็นเงินรวม 1.5 ล้านล้านบาท ส่วนผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากออมทรัพย์หลายบัญชี หากมีรายได้ดอกเบี้ยรวมกันแล้วเกิน 20,000 บาท มีหน้าที่ต้องแจ้งธนาคารแต่ละแห่งให้หักภาษี ณ ที่จ่ายได้ หรือจะรวมยอดทั้งปี เพื่อหักภาษีคืน เมื่อถึงเวลายื่นเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปีก็ได้

“เงื่อนไขดังกล่าวเป็นสิทธิประโยชน์เดิมที่รัฐบาลให้กับผู้ฝากเงินออมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 38 แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากธนาคารมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อจ่ายดอกเบี้ยออกไปอยู่แล้ว เพราะธนาคารพาณิชย์จะอ้างว่า ไม่สามารถทราบได้ว่า มีใครบ้างที่ขอคืนภาษี และแต่ละรายมีเงินฝากกี่บัญชี หรือได้รับดอกเบี้ยเท่าใด จึงหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกบัญชี และให้ผู้ฝากเงินไปขอคืนภาษีเอง แต่ที่ผ่านมา มักจะไม่มีการขอคืนภาษีในส่วนดังกล่าว โดยแต่ละปีจะมีรายได้จากส่วนนี้ 300-400 ล้านบาทที่ธนาคารพาณิชย์หักภาษี ณ ที่จ่าย และส่งเงินให้กรมสรรพากร ซึ่งกรมฯ เองไม่ได้ติดใจตรงส่วนนี้ เพราะถือว่าธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว และให้เป็นหน้าที่ของลูกค้าที่มีรายได้ดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท แจ้งหักภาษีเอง”

ส่วนกรณีที่ ครม.อนุมัติให้ยกเว้นภาษี จากรายได้ดอกเบี้ยออมทรัพย์ที่ไม่เกิน 100,000 บาทนั้น ขณะนี้ไม่จำเป็นแล้ว เนื่องจากการแก้ไขประกาศสรรพากรที่ยกเว้นหักภาษี ณ ที่จ่าย บัญชีออมทรัพย์ ที่มีรายได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทนั้น มีผลกว้างกว่า ครอบคลุมบัญชีออมทรัพย์ถึง 62 ล้านบัญชี จากบัญชีออมทรัพย์ทั้งหมด 63 ล้านบัญชี ซึ่งหากประเมินจากดอกเบี้ยบัญชีออมทรัพย์ปัจจุบันไม่เกิน 1% หรือที่ 0.75% กรณีที่ไม่เข้าข่ายยกเว้น จะต้องมีเงินฝากออมทรัพย์แต่ละบัญชีถึง 4 ล้านบาท และที่สำคัญไม่ต้องแก้ไขประมวลกฎหมายรัษฏากร เพราะเป็นเกณฑ์เดิมที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ออกประกาศให้เกิดความชัดเจนและปฏิบัติได้จริง

“เงินภาษีที่เก็บได้ดังกล่าวไม่มาก เพียงปีละ 300-400 ล้านบาท แต่หากเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ ซึ่งสร้างประเด็นปัญหาให้กับผู้ที่ต้องพึ่งพารายได้จากดอกเบี้ย เป็นรายได้หลัก น่าจะบรรเทาปัญหาของคนที่อาศัยรายได้จากดอกเบี้ยได้มากกว่า ที่ทำให้ผู้ฝากเงินมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น และน่าจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้มากขึ้น จึงไม่มีผลกระทบใด ๆ สำหรับผลกระทบต่อฐานะการคลัง”.

ที่มา
เดลินิวส์ออนไลน์

คำถาม
1.กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกรมสรรพากรยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินฝากประเภทใด
2.การยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับบัญชีที่มีรายได้ดอกเบี้ยไม่เกินปีละเท่าใด
3.ประกาศการยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายของกระทรวงการคลังจะคลอบคลุมเงินฝากได้กี่บัญชีและเป็นเงินรวมเท่าใด

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เก็บรายได้ไม่เข้าเป้า กทม.ถังแตก ออกพันธบัตร 2 หมื่นล้าน

จัดทำบทความโดย

น.ส ศิริมล ขวัญดำ เลขทะเบียน 5001103067

เรื่อง เก็บรายได้ไม่เข้าเป้า กทม.ถังแตก ออกพันธบัตร 2 หมื่นล้าน

รองผู้ว่าฯ กทม.เผย เตรียมออกสลากการกุศล สร้าง รพ. พร้อมออกพันธบัตร 2 หมื่นล้าน ระดมทุนสร้างรถไฟฟ้า คาดออกได้ กพ.53 ระบุ 3 แบงก์ กสิกรไทย-กรุงเทพ และ กรุงไทย เสนอตัวจัดจำหน่าย... นาย ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ว่า ตนเองได้ร่วมหารือกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินการคลัง ถึงแนวทางการออกพันธบัตรและสลากการกุศล เพื่อเป็นการระดมทุนว่า ที่ประชุมได้มีข้อสรุป 2 แนวทาง คือ การออกสลากการกุศลพิเศษ เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลบางขุนเทียน ศูนย์พักพิงผู้สูงอายุ และศูนย์พักพิงคนเร่ร่อน ที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เบื้องต้นสรุปว่าจะออกประมาณ 24 งวด แต่จะเป็นวงเงินต่องวดเท่าใด ต้องมีการหารือกันในรายละเอียดอีกครั้ง คาดว่าภายในเดือนมิถุนายนจะได้ข้อสรุป "สำหรับการออกพันธบัตร ได้มีการกำหนดวงเงินไว้ประมาณ 20,000 ล้านบาท ระดมทุนมาดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าระบบโมโนเรล ไลท์เรล ออกทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งละ 5,000 ล้านบาท ก่อนที่จะดำเนินการออกพันธบัตรต้องให้สำนักการคลังจ้างนักบัญชีจำนวน 80 คน เร่งปิดงบประมาณประจำปี 2549-2552 ให้แล้วเสร็จก่อนมิฉะนั้นอาจมีผลต่อการออกพันธบัตร จากนั้นจะส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ หากไม่พบข้อผิดพลาดก็จะนำเรื่องเสนอให้กับสภากรุงเทพมหานคร พิจารณาต่อไป"รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าว รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า คาดว่าจะสามารถออกพันธบัตรได้ไม่เกินเดือน ก.พ.2553 ครั้งแรกจะขายเฉพาะนักลงทุนในประเทศ เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนเพราะถือเป็นองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นที่ออกพันธบัตรเป็นครั้งแรก และจะได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 4-5 ขณะนี้มีสถาบันการเงินที่สนใจเข้าร่วมเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัด จำหน่ายออกพันธบัตรของ กทม. เบื้องต้นมี 3 ธนาคารที่เสนอตัวเข้ามาแล้ว ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย ล่าสุดธนาคารกรุงเทพได้เสนอคิดอัตราค่าบริการร้อยละ 0.1 เท่านั้น นาย ธีระชน กล่าวด้วยว่า กทม.ยังไม่ได้สรุปว่าจะให้สถาบันการเงินใดเข้าร่วม เพราะต้องรอพิจารณาเงื่อนไขของธนาคารอื่น ๆ ที่สนใจด้วย ส่วนสาเหตุที่กทม.ต้องออกพันธบัตรและสลากการกุศลดังกล่าวเนื่องจากกทม.จัด เก็บรายได้ไม่ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ ประกอบกับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลไม่เพียงพอจึงจำเป็นที่กทม.จะต้องออก พันธบัตร และสลากการกุศลพิเศษเพื่อระดมทุนดำเนินโครงการสำคัญๆของกทม.อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์นี้เตรียมเสนอให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามแต่งตั้งคณะทำงาน 2 คณะ ได้แก่
1. คณะกรรมการอำนวยการออกพันธบัตร สลากการกุศล และการกู้เงินของกรุงเทพมหานคร มี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานคณะกรรมการ และมีนาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีต ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการที่ปรึกษา
2. คณะกรรมการดำเนินการออกพันธบัตร สลากการกุศล และการกู้เงินของกรุงเทพมหานคร ที่ตนเป็นประธาน ทั้งนี้ในวันที่ 12 มิ.ย.ตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนสำนักงานคลังกทม.จะเข้าหารือกับกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการออกสลากการกุศลพิเศษ และการออกพันธบัตรอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา ไทยรัฐ
เเหล่งข่าวเศรษฐกิจ

คำถาม
1.สลากการกุศล สร้าง รพ. พร้ออมออกพันธบัตร 2 หมื่นล้าน มีเเบงใดบ้าง
2.การอออกพันธบัตร ได้มีการอออกกำหนดวงเงินเท่าไร
3.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพันธ์ เเต่งตั้งคณะทำงาน 2 คณะ ได้เเก่อะไรบ้าง