น.ส.นภพร สุขเกษม ทะเบียนเลขที่ 5001103065
เรื่อง "คลัง"ใจดียกเว้นภาษีดอกเบี้ยออมทรัพย์
เนื้อหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ก.ค.) ที่กระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกรมสรรพากรยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินฝากออมทรัพย์ รายบัญชีที่มีรายได้ดอกเบี้ยไม่เกินปีละ 20,000 บาท ทุกธนาคารทั่วประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป ซึ่งจะครอบคลุมเงินฝากออมทรัพย์ 62 ล้านบัญชี เป็นเงินรวม 1.5 ล้านล้านบาท ส่วนผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากออมทรัพย์หลายบัญชี หากมีรายได้ดอกเบี้ยรวมกันแล้วเกิน 20,000 บาท มีหน้าที่ต้องแจ้งธนาคารแต่ละแห่งให้หักภาษี ณ ที่จ่ายได้ หรือจะรวมยอดทั้งปี เพื่อหักภาษีคืน เมื่อถึงเวลายื่นเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปีก็ได้
“เงื่อนไขดังกล่าวเป็นสิทธิประโยชน์เดิมที่รัฐบาลให้กับผู้ฝากเงินออมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 38 แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากธนาคารมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อจ่ายดอกเบี้ยออกไปอยู่แล้ว เพราะธนาคารพาณิชย์จะอ้างว่า ไม่สามารถทราบได้ว่า มีใครบ้างที่ขอคืนภาษี และแต่ละรายมีเงินฝากกี่บัญชี หรือได้รับดอกเบี้ยเท่าใด จึงหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกบัญชี และให้ผู้ฝากเงินไปขอคืนภาษีเอง แต่ที่ผ่านมา มักจะไม่มีการขอคืนภาษีในส่วนดังกล่าว โดยแต่ละปีจะมีรายได้จากส่วนนี้ 300-400 ล้านบาทที่ธนาคารพาณิชย์หักภาษี ณ ที่จ่าย และส่งเงินให้กรมสรรพากร ซึ่งกรมฯ เองไม่ได้ติดใจตรงส่วนนี้ เพราะถือว่าธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว และให้เป็นหน้าที่ของลูกค้าที่มีรายได้ดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท แจ้งหักภาษีเอง”
ส่วนกรณีที่ ครม.อนุมัติให้ยกเว้นภาษี จากรายได้ดอกเบี้ยออมทรัพย์ที่ไม่เกิน 100,000 บาทนั้น ขณะนี้ไม่จำเป็นแล้ว เนื่องจากการแก้ไขประกาศสรรพากรที่ยกเว้นหักภาษี ณ ที่จ่าย บัญชีออมทรัพย์ ที่มีรายได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทนั้น มีผลกว้างกว่า ครอบคลุมบัญชีออมทรัพย์ถึง 62 ล้านบัญชี จากบัญชีออมทรัพย์ทั้งหมด 63 ล้านบัญชี ซึ่งหากประเมินจากดอกเบี้ยบัญชีออมทรัพย์ปัจจุบันไม่เกิน 1% หรือที่ 0.75% กรณีที่ไม่เข้าข่ายยกเว้น จะต้องมีเงินฝากออมทรัพย์แต่ละบัญชีถึง 4 ล้านบาท และที่สำคัญไม่ต้องแก้ไขประมวลกฎหมายรัษฏากร เพราะเป็นเกณฑ์เดิมที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ออกประกาศให้เกิดความชัดเจนและปฏิบัติได้จริง
“เงินภาษีที่เก็บได้ดังกล่าวไม่มาก เพียงปีละ 300-400 ล้านบาท แต่หากเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ ซึ่งสร้างประเด็นปัญหาให้กับผู้ที่ต้องพึ่งพารายได้จากดอกเบี้ย เป็นรายได้หลัก น่าจะบรรเทาปัญหาของคนที่อาศัยรายได้จากดอกเบี้ยได้มากกว่า ที่ทำให้ผู้ฝากเงินมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น และน่าจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้มากขึ้น จึงไม่มีผลกระทบใด ๆ สำหรับผลกระทบต่อฐานะการคลัง”.
ที่มา
เดลินิวส์ออนไลน์
คำถาม
1.กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกรมสรรพากรยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินฝากประเภทใด
2.การยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับบัญชีที่มีรายได้ดอกเบี้ยไม่เกินปีละเท่าใด
3.ประกาศการยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายของกระทรวงการคลังจะคลอบคลุมเงินฝากได้กี่บัญชีและเป็นเงินรวมเท่าใด